วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

เรื่องสั้น เขียนฟ้าถึงพ่อ

ตอนที่1 จดหมายโฉนดที่ดิน

  พ่อหยิบผ้าขาวม้าที่มัดอยู่เอวมาเช็ดมือที่เปื้อนด้วยโคลน ตะวันเริ่มทาแสงเป็นสีส้ม แต้มปีกนกให้เป็นสีเดียวกันหมดเมื่อมองเห็น วัวบางฝูงกำลังมุ่งหน้าเดินกลับสู่คอก พ่อใช้เวลา ช่วงก่อนค่ำเดินหาดูเบ็ดที่ปักไว้แต่เที่ยงวัน มื้อเย็นวันนี้คงถูกบรรเลงด้วยเมนูปลา ถ่านวิทยุคู่ใจของพ่อเริ่มอ่อนล้าไปตามแสงของดวงอาทิตย์ พ่อหิ้วกระติบข้าวที่ว่างเปล่าพร้อมฮำเพลงของสันติ ดวงสว่าง ที่เคยฟังประจำทุกเช้า
  ควันโขมงลอยออกจากห้องครัว เสียงมีดและเขียงกระทบกัน ก่อนกลิ่นของแมงลักจะโชยให้บ้านรอบข้างรู้ว่าพ่อกำลังทำอะไรกิน บทสนทนาเก่าๆของพ่อและแม่ในมื้อเย็นถูกตัดบทด้วยเสียงโทรศัพท์จากทางไกล  "ฮัลโหล พ่อทำอะไรอยู่"เสียงพี่ชายทักถามด้วยความเป็นห่วง "กินข้าวพึ่งเสร็จ แล้วเป็นไงบ้างลูกกินข้าวยัง สบายดีไหม" ความเป็นห่วงของพ่อถูกถามกลับไปด้วยปริมาณที่มากกว่าพี่ชายถามเท่าตัว ความคิดถึงถูดตัดขาดด้วยบางคำพูดของพี่ชาย "พ่อครับ ผมอยากได้รถ" พ่อนิ่งเงียบ ขณะนั้นพ่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่จุดที่หนาวที่สุดของโลก ทุกอย่างมันเย็นชาไปหมด พ่อไม่ได้รับปากสัญญาว่าจะหาชื้อให้แต่อย่างใด ทว่าพ่อจะทำให้เท่าทีจะทำได้
   พ่อเขียนจดหมายมาถึงผมด้วยปากกาที่หมึกค่อนข้างจืดและจาง บางช่วงมีรอยของหยดน้ำและเปื้อนคราบโคลน ผมอ่านลายมือของพ่อออกเป็นอย่างดี ถ้าแม้พ่อจะจบเพียงแค่ ป.6 และอาจมีบางคำที่เขียนผิดแต่ความหมายโดยรวม พ่อกำลังทุกข์ใจ

      " วันนี้                
สุขเคยมีกลับถูกสุมไหม้
หัวอกปั่นปวนร้อนทรวงใน
น้ำนัยน์ใสไหลรินอาบใบหน้า"

ผมรับรู้ถึงสิ่งที่พ่อกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันร้อนรนเข้าไปในอกผมเช่นเดียวกัน
   ท้ายความในจดหมายของพ่อ เป็นตัวหนังสือลางลางที่บอกว่าจะขายที่นา พ่อตอบสนองความต้องการของพี่ชาย ผมอ่านบรรทัดสุดท้าย โลกทั้งโลกมันหยุดหมุนไปชั่วขณะ และค่อยๆได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจที่มันเริ่มรัวไม่เป็นจังหวะ "ผมจะทำอะไรได้"คำพูดบ่นในใจที่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากทำตามประสงค์ของพ่อ ผมรวบรวมสติ และจับปากกามาด้วยมือที่สั่นระริก

หัวใจทั้งสี่ห้องพ่อปวดร้าว
ลมโลกหนาวหวั่นไหวร่างกายสั่น
จะยืนท้าชะตาอย่างไรกัน
เมื่อคืนวันเฆี่ยนตีมีน้ำตา

เฆี่ยนตีโดยกระทำสนองลูก
สายรักผูกดึงคอรั้งฉุดหน้า
ทวงคืนถามความสุขกลับคืนมา
หรือว่ารอเวลาร่างจมดิน

จะยื่นมือข้างไหนดึงรั้งพ่อ
ยอมแพ้ต่อความหวังที่สูญสิ้น
ฝืนนาพ่อเคยปลูกทำกิน
ต้องแปลงชิ้นเป็นเหล็กเครื่องจักรยนต์

   ผมเขียนบทกวีขึ้นขณะปัญหารุมเร้าทุกอย่าง แววตาผมในตอนนี้มันเป็นสีเดียวกันกับท้องฟ้าเวลาคืนไร้ดาว
   ผมไม่ได้ตอบจดหมายฉบับล่าสุดของพ่อ เพียงเพราะรอจดหมายอีกฉบับที่จะเป็นข่าวดีของผมและครอบครัว  และผมก็สมหวัง



                                                                                                                                     ชิน  สำราญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น