วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

เรื่องสั้น เขียนฟ้าถึงพ่อ

ตอนที่2 ช่องว่างระหว่างตึกผู้ป่วยใน





"ผู้ป่วยมากับใครค่ะ"
คงเป็นคำถามปกติสำหรับคุณหมอ ที่จะถามคนไข้ แต่มันไม่ใช่คำถามปกติสำหรับผมในครั้งนี้
 ผมเงียบอยู่สักพัก จนหมอได้ถามขึ้นอีกครั้ง "ผมขับรถมาคนเดียวครับ" ผมก้มหน้าตอบหมอ
 และหมอก็ทำหน้าที่ต่อไป "จะมีผู้ปกครองตามมาด้วยไหม " หมอถามต่อ "ครับ"ผมตอบสั้นๆห้วนๆ
และนั่งก้มหน้า ทุกอย่างในโรงพยาบาลตอนนี้มันเศร้าไปหมด แม้จะไม่มีการเสียชีวิตจากห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน กลิ่นแอลกอฮอล้างแผลอบอวลไปทั่วห้องตรวจ ผมครื่นไส้คล้ายจะอาเจียน หมอบอกให้ผมไปนั่งบนวีลเเชร์ และเปลี่ยนเสื้อผ้า "ผู้ป่วยได้นอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนนะค่ะ" ผมได้แต่นั่งมองหน้าคุณหมอและไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว ผมถูกเข็นไปห้องผู้ป่วยภายใน บางเตียงเสียงคลื่นหัวใจดังห่างและอ่อนลงทุกทีญาติพี่น้องล้อมลุมดูเหมือนว่าจะอบอุ่น แต่คงไม่ ทุกคนมีน้ำตา ที่บิดาของตนจำชื่อลูกสักคนก็ไม่ได้
   เตียงที่ผมได้นอนถึงจะเป็นห้องรวมแต่เตียงผมมันแยกออกเป็นห้องย่อย และมีผมคนเดียวอยู่ในนั้น ผมโทรไปบอกเพื่อนให้เอาของและอาหารมาส่ง ทุกคนแปลกใจและไม่เชื่อว่าผมป่วยจนได้นอนโรงพยาบาล ผมจ้องโทรศัพท์มืออยู่นาน จนคนเดียวผ่านอาจมองว่าผมกลายเป็นคนเสียสติไป แต่ไม่ ผมใช่เวลาทั้งหมดนั้นในการพิมพ์ตัวพอพานเพื่อค้นหารายชื่อพ่อ ซึ่งมันเพียงอยู่ข้างซ้ายมือของหน้าจอแถวที่สองเรียงลงจากข้างบน และตัวที่สี่นับมาจากซ้ายมือ แต่มันเป็นสิ่งที่ยากมากในตอนนี้ เหมือนนิ้วผมถูกตรึงไว้กับผนังและเอาปูนโอบไว้ เพราะถ้าผมบอกเรื่องนี้ให้พ่อรู้แน่นอนไม่เกินหกชั่วโมงพ่อคงมาถึงโรงพยาบาล

เมื่อร่างกายอิดโรย
สายลมโชยพัดร่างล้ม
ปล่อยใจดิ่งทิ้งจม
ทรมานทั้งกายใจ

แลหาคนเข้าหา
น้ำนัยน์ตาเริ่มคลอไห้
ห่างบ้านเพื่อนห่างไกล
อีกไม่นานพ่อคงมา

กลางดึกทรมาน
ร่างสังขารถูกเฆี่ยนฆ่า
โรคร้ายกลืนกายา
ล่วงผ่านนานไร้แววพ่อ

    ผมวางสมุดบันทึกและเพ่งมองสายน้ำเกลือที่ค่อยไหลเป็นนาฬิกาทราย ผมนับได้จากตอนกลางวันนี้คืกระปลุกที่สาม กลางคืนกำลังจะผ่านไป ผมข่มตานอนไม่หลับ ภายในห้องได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักจนส่งเสียงครวญคราง และบทสนทนาของพยาบาลที่มาเข้าเวร เตียงนั้นว่างเสียแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นกับทุกคนและผมเองก็คงจะไม่ต่างอะไรจากตาคนนั้น หรือผมอาจจะโชคร้ายมากกว่าที่ไม่มีใครมายืนร้องไห้รอบเตียง
    วันนี้ไม่มีเสียงนก แอร์ตัวเดิมยังคงทำงานไม่หยุด ผมได้เพื่อนใหม่มาหนึ่งคนถึงแม้เขาจะเด็กกว่าผมและเขาก็ยิ้มให้ผม คุณหมอเดินมาด้วยหน้าตาที่สดใส ซึ่งต่างจากผม "ถึงเวลากินข้าวกินยาแล้วนะค่ะ"ผมยิ้มแบบคนไร้เรี่ยวแรงและยื่นมารับข้าวที่บ่งบอกได้แน่ชัดเลยว่าผมคือผู้ป่วย คุณหมอเดินไปเพียงสามก้าวแล้วก็หันหลังกลับมาหาผมอีก "มีจดหมายถึงคนป่วยค่ะ"ผมยิ้มแบบเดิมให้คุณหมอ
   ผมไม่อยากจะรับจดหมายนี้เลยเพราะรู้ดีว่าส่งมาจากใคร สังเกตได้จากลายมือ ผมดีใจที่อย่างน้อยพ่อไม่ลืมการตอบกลับ แต่ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้ ถึงแม้เหตุผลของพ่อจะเป็นการทำเพื่อผมก็ตาม "ผมนึกว่าจะได้เห็นหน้าพ่อ "หรือว่าผมอาจจะไม่ได้เห็นต่ไป ถึงจะป่วยไม่ร้ายแรงแต่การตรวจก็ไม่ทราบว่าผมเป็นอะไร
ถึงพ่อ.....
ผมรอพ่อมาเยี่ยม

จดหมายฉบับสั้นแต่มันคือทุกอย่างที่ผมต้องการมากกว่ายาที่หมอให้กินในตอนนี้

                                                                                                                                   
                                                                                                                                             ชิน สำราญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น