ตะวันทอแสงรุ้งสะท้อนประกายหยดน้ำค้างจากใบหญ้า ลู่ลมแผ่วเบาโชยมาแต่ทิศเหนือ จดหมายฉบับเมื่อวานวางอยู่บนโต๊ะที่ทำงาน บางคนกำลังหลับในความฝัน บางคนกำลังตื่นมาสู้ชีวิต นกน้อยใหญ่หลายฝูงบินส่งเสียงเจ้ยเเจ้ว ฉันยิ้มให้เงาในกระจกสวัสดีตัวเอง แล้วใส่ชัดที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
เสียงแตรรถทัวร์ขอนแก่นมุกดาหารดังก้องมาแต่ไกล ผมยื่นมือออกไปขวักเพื่อเรียกชะลอให้รถจอดรอยยิ้มของคนขับรถต้อนรับให้ผมเดินร่วมทาง
"ขอนแก่น 95 บาทครับ" คนขับรถพูดขึ้นมาก่อนผมจะนั่งลงสนิท ผมรีบขวักกระเป๋าตังค์เพื่อหาเงินให้
แววตานักเดินทางบางคนยังโศกเศร้าอยู่กับการจากลา บางคนดีใจกับการจะได้พบเจอ ผมเองก็มีแววตาที่จะได้พบเจอ กว่า 3 เดือนแล้วที่ไม่ได้กลับบ้าน
ฉันจะออกเดินทาง
ในระหว่างฟ้าสีขาว
เมื่อคืนไร้แสงดาว
แต่ใจยังดิ้นรน
รอยยิ้มที่ยิ้มแย้ม
คอยแต่งแต้มแทนทุกข์ท้น
แววตาที่มืดมน
กลบเกลื่อนด้วยลมหายใจ
ดอกไม้บานในเช้า
คอยเร่งเร้าให้สดใส
หมอกฉ่ำทั่วห้องใจ
เบิกบานด้วยแสงเช้าส่อง
ออกท่องยังโลกกว้าง
แสงสว่างนำทางล่อง
ค่อยคืบยังครรลอง
หวังพบใครที่เฝ้าคอย
ความหวังในใจหวัง
หัวใจยังรักเรียงร้อย
หัวใจที่ยังน้อย
แต่เต็มเปี่ยมด้วยหวัง
รถเคลื่อนด้วยแรงรถ
เมฆบังบดแสงพลัง
ทุกเท้าคอยก้าวยัง
จุดมุ่งหมายใจใฝ่ปอง
ผมยื่นหน้าออกไปนอกกระจกรถให้ลมกระทบใบหน้า ถึงบ้านหมาไอ้หลงเห่าผมยังกับผมเป็นคนแปลกหน้า แต่ไม่นานมันก็สั่นหางใส่ผม มือขวาผมลูบหัวไอ้หลงเบาๆก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบงัน นอกจากเสียงไอ้หลงแล้วผมก็ไม่ได้ยินเสียงของใครอีกเลย ผมใช้น้ำเสียงแห่งความคิดถึง รวบรวมเป็นพลังเปล่งออกไป "พ่อ แม่" ผมเรียกหาทั้งสองท่านด้วยความหวังว่าจะมีเสียงตอบรับกลับ ผมวางกระเป๋า แล้วเดินไปหยิบกุญแจที่วางอยู่ที่เดิมเมื่อสามเดือนที่แล้ว
วันนี้บ้านว่างและก็มีเพียงผมคนเดียว
ชิน สำราญ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น