ถนนสายเดิมที่ฉันเคยเดินตั้งแต่จำความได้แม้บางเสี้ยวความทรงจำไม่จะหล่นหายไปกับการทำถนนเส้นนี้ใหม่ขึ้นก็ตามแต่ทุกครั้งที่ได้เดินบนถนนเส้นนี้ฉันยังคงความมีความสุข
ภาพเด็กน้อยที่วิ่งล้มเข่ากระแทรกกับถนนจนเป็นแผลแล้วมีเสียงแม่ตะโกนมาด้วยความห่วงใย
และในความห่วงใยนั้นมีอาวุธที่ทำขึ้นจากธรรมชาติติดมือมาด้วย
ผมเดินกลับจากโรงเรียนด้วยถนนเส้นเดิม
บรรยากาศมันอาจจะเปลี่ยนไปบ้างแล้วแต่ต้นมะม่วงที่ทางโค้งจำได้ว่าหลังเลิกเรียนผมและเพื่อนๆมันจะมาขึ้นเล่นกันตลอด
วันนี้ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าหนักที่ขนเอาหนังสือเกือบทุกวิชาที่เรียนไปโรงเรียนถึงแม้ว่าวันๆหนึ่งนั้นครูจะสอนไม่เกินสามวิชาก็ตาม
แต่ผมแบกสัมภาระหน้าที่ที่มันหน่วงหนักกว่าหนังสือแปดวิชาในกระเป๋า
ตาคนนั้นเคยยิ้มให้ผมเมื่อตอนยังเป็นเด็กเคยอยู่ด้านซ้ายมือถัดจากต้นมะม่วง
แต่เมื่อสามปีที่แล้วผมได้ยินข่าวถึงการจากไปของตาวันนี่บ้านหลังนี้ว่างเปล่าเพราะลูกหลานก็พากันไปทำงานต่างจังหวัดทิ้งที่นาและบ้านให้หญ้าเป็นผู้ครอบครองแทน
"คุณครูครับสวัสดีครับ"เด็กนักเรียนที่อาจจะเป็นหลานของผมก็เป็นไปได้ยกมือไหว้ผมเมื่อเดินถึงหน้าบ้านตัวเองผมยังไม่กล้ายิ้มรับไหว้ได้เต็มที่เพราะคำว่าคุณครูมันยิ่งใหญ่เกินกว่าผมจะรับมันไว้ตอนนี้
ผมแค่นักศึกษา ปีสามที่อาสามาสอนที่บ้านตัวเองในช่วงปิดเทอม
แต่ทุกคนในหมู่บ้านคงเรียกผมคุณครูทำให้ผมกลายเป็นครูโดยอัตโนมัติ
"สวัสดีแต๊ก"
ผมกล่าวสวัสดีเพื่อนอีกคนที่เกิดก่อนผม
แต่ไม่ว่าใครก็ตามมักเรียกเขาเพื่อน
ด้วยความบกพร่องทางสติปัญญาทำให้เขาเรียนซ้ำชั้นเดิมอยู่นานจนกลายเป็นเพื่อนกับรุ่นน้องหลายๆคน
วันนี้แต๊กเปลี่ยนไปมาก
เขามีรอยยิ้มให้กับวิทยุเครื่องเก่าของเขาถึงแม้มันจะมีเพียงเสียงความถี่ที่ดังไม่เป็นจังหวะแต่เขาก็สามารถเต้นและยิ้มให้กับวิทยุนั้นได้โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ
ผมเร่งฝีมือด้วยว่าท้องกำลังจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่างร้านก๋วยเตี๋ยวส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจให้น้ำลายไหล
ผมอดกลั้นไว้ลูบท้องเบาๆเพียงเพราะอยากที่จะไปกินข้าวบ้านตัวเอง
เด็กบางคนเรียกให้ผมไปสอนการบ้าน ผมก็ได้แต่ยิ้มให้แล้วบอกว่าให้ตามไปที่บ้าน
หมาไอ้หลงวิ่งมาต้อนรับผมก่อนใครคนอื่นจะมองมา
มันกระดิกหางอยากให้ผมเล่นด้วยแต่ผมก็เดินเมินหน้าหนีจากมันไป
“ควันไฟจากหุงต้มยังไม่จาง
กลิ่นหอมข้าวเบาบางส่งไปทั่ว
เสียงครกสากกระทบดังลั่นรัว
ในมุมครัวประจำทุกค่ำเย็น
ทั้งไก่ปลาหมูปิ้งพ่อหาไว้
อยู่บ้านหิวอะไรไม่เคยเข็ญ
เมนูไหนพ่อนั้นก็ปรุงเป็น
ไม่เคยเห็นพ่อบ่นเลยสักคำ”
ผมยิ้มเมื่อได้กลิ่นของอาหารฝีมือพ่อลอยคลุ้งอบอวนอยู่ในอากาศ
สมกับที่ต้องหน้าตั้งตารอผมวางกระเป๋าใบเล็กที่แม่เคยซื้อให้เมื่อปีใหม่ไว้ที่โต๊ะหน้าบ้าน
แต่ไม่มีเสียงของใคร มีเพียงกลิ่นอันเบาบางและกำลังจะจางหายไป
ผมเดินตรงไปที่ครัวภาพที่วาดในหัวคิดว่าพ่อกำลังทำอาหารก็หายไปเมื่อมีจดหมายฉบับหนึ่งวางไว้ข้างๆกับข้าวที่พ่อเตรียมไว้ให้
พ่อพึ่งออกจากบ้านไปและจะกลับมาคงอีกหลายวัน ผมค่อยๆนั่งคงแล้วเปิดฝาชีที่ครอบอาหารอยู่พ่อทำเมนูที่ผมชอบกิน ทุกเย็นเคยมีพ่อ ร่วมสานก่อสุขทุกคำ ด้วยหน้าที่ต้องทำ สำรับข้าวต้องเดียวดาย บางคำคลุกน้ำตา บ้างยิ้มร่าแฝงความหมาย
จดหมายใบสุดท้าย วางไว้กับข้าวผักปลา มีเพื่อนคือไอ้หลง ที่ยังคงอยู่ตรงหน้า ส่งเสียงทุกเวลา พอไม่เหงาไปวันวัน ฉันหยิบจดหมายของพ่อมาเก็บรวมกับไว้ในกล่องส่วนตัว
ก่อนค่ำคืนนี้จะหายไปในความมืดฉันบอกรักพ่อบนกระดาษด้วยน้ำหมึกสีขาว
ชิน สำราญ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น