วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รวมเพรื่องสั้น เขียนฝันถึงพ่อ ตอน แก(ไม่)กระจอก





-แก(ไม่)กระจอก-
กลางดึกในคืนที่อากาศแจ่มใส แม่หลับสนิทแล้ว พ่อก็ย่องลงมาจากบ้าน ตรงไปที่หลังบ้านไขกุญแจเปิดกรง แล้วก็อุ้มร่างของหมาตัวหนึ่งเดินไปยังสนานหญ้าหน้าบ้าน จากนั้นก็วางมันลงอย่างช้าๆ หมาตัวนั้นส่งเสียงครางในลำคอเมื่อเห็นเจ้านายของมันนั่งลงข้างๆ
”นอนอยู่นั่นแหละแกไม่ต้องลุกขึ้น จริงสิบางทีแกอาจจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาแล้วก็ได้” ”พ่อพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ขณะที่จ้องมองหมาร่างกายผ่ายผอมจนเห็นกระดูก นอนอ้าปากหายใจอย่างลำบาก
”แกอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว สิบกว่าปีแล้วมั้ง ใช่หรือเปล่า” พ่อพูดกับหมาซึ่งนอนนิ่งอยู่ มันเหมือนจะเข้าใจคำพูดของก็พูด แต่มันพูดไม่ได้
รู้ไหม แกมันไม่มีดีสักอย่าง เป็นหมากระจอก หมาข้างถนนที่ฉันเก็บมาเลี้ยง แกเข้าใจไหม แกมันไม่ดีสักอย่าง” ”พ่อพูดเสียงดังขึ้น
แกเป็นหมาแน่หรือเปล่าวะ แมวก็ยังกลัว ฟ้าร้องก็วิ่งหางจุกก้นเข้าบ้าน ชอบขุดต้นไม้ข้างรั้วจนกระจุยกระจาย ห้ามก็ไม่ฟัง แกมันเป็นหมาหรือหนูกันแน่ พ่อด่ามันเสียงดังขึ้นกว่าเดิม จ้องมองมันซึ่งแม้จะถูกพ่อดุด่า มันก็จ้องมองตอบด้วยสายตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง สายตาเดิมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนนับแต่มันมาอาศัยอยู่กับพ่อ
“แต่จะว่าไปแกก็มีดีอยู่หน่อยหนึ่ง” พ่อลูบหัวไอ้หลงแล้วเหม่อมองไปบนฟ้า ตลอดระยะเวลา 10 ปีแกไม่เคยทิ้งฉันไปไหน
มือข้างขวาของพ่อลูบหัวไอ้หลงจนหลับไป “แกคงลำบากมากสินะ” พ่อมองไอ้หลงด้วยสายตาห่วงใยเช่นเดียวกับวันที่เก็บมันมาเลี้ยง
“อย่าออกไปไหนอีกนะ แกควรจะพักผ่อนได้แล้ว” พอพ่อพูดเสร็จ ไอ้หลงก็เงยหน้าขึ้นมาและเลียไปที่มือของพ่อ ก่อนค่ำคืนนี้จะเงียบหายไปในราตรี
                เช้านี้มีแต่เสียงไก่ ไม่มีเสียงเห่าร้องของไอ้หลง คงเป็นเพราะอาการป่วยหนักของมัน พ่อเขียนจดหมายมาบอกว่า
“เพราะคนชั่วกระทำ             เหยียบและย่ำหัวใจพ่อ
คนไม่รู้จักพอ                          รอบทำร้ายในราตรี
วางยาผสมข้าว                     ให้ปวดร้าวย่ำขยี้
ดิ้นรนกลัวชีวี                          มรณาตามใจคน
ไอ้หลงดิ้นรนร้อง                    น้าตานองยากหลุดพ้น
หรือเพราะว่ายากจน            คนรวยแกล้งสาแก่ใจ
พ่อเจอในตอนเช้า                  ฟ้าหม่นเศร้ามันร้องไห้
น้ำตาปนเลือดไหล                                หมาและพ่อทรมาน”
                ผมวางจดหมายของพ่อลง และก็ระลึกถึงครั้งที่เคยวิ่งเล่นกับไอ้หลง ครั้งนั้นจำได้ว่าผมแค่ 10 ขวบมันมักจะวิ่งไล่ผมเวลาเราเดินไปนาด้วยกันบางครั้งผมวิ่งหนีจนตกคันนา แล้วทุกคนก็หัวเราะชอบใจ ถ้ามันหัวเราะแบบพวกเราได้มันก็คงจะหัวเราะดังกว่าพวกเราด้วยซ้ำ และผมกับไอ้หลงก็เล่นด้วยกันตลอดมันไม่เคยเที่ยวไปกัดใครเหมือนหมาคนอื่น อย่างว่าหลายคนมองว่ามันขี้ขลาด บางคนแซวว่ามันไม่ใช่หมาแต่มันคือหนูเพราะขนาดแมวมันยังกลัว ผมปล่อยให้ภาพผมและไอ้หลงวิ่งหายไปในความฝัน และอยากที่จะกลับไปเล่นกับมันอีกครั้ง
                จดหมายซองสีขาววางอยู่หน้าประตูห้อง คงมีแค่คนเดียวที่จะส่งมาให้ผม และผมยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เปิดซองจดหมายในทุกๆฉบับ แต่ฉบับนี้หัวใจผมมันสั่นแรงกว่าที่จะตื่นเต้น เนื้อความในจดหมายมีคราบน้ำตาติดมาด้วย มันอาจจะไม่ใช่ขาวดีสำหรับเช้าที่ฝนตก
                “พ่อไม่เจอมันในเช้านี้”

ข้อความสั้นๆในจดหมายแต่มันสามารถอธิบายให้ผมรู้ด้วยคราบน้ำตา ทีหลังพ่อเล่าให้ฟังว่าพ่อเจอรอยเท้าที่ไอ้หลงมันคลานออกจากบ้านผสมกับสีเลือดที่ไหลออกจากตัวมันตลอดเวลา พ่อรู้ดีว่าพ่อจะเจออะไร แต่พ่อก็ไม่สามารถทำใจได้ ร่างของไอ้หลงนอนแนบอยู่กับกองหญ้านอกบ้าน “แกเป็นหมาที่ดีจริงๆถ้าแม้แกจะขี้ขลาด” พ่อมองร่างไอ้หลงที่พึ่งจะสิ้นลมไปมันคงไม่อยากให้พ่อลำบากกับการเก็บศพมัน
                                                                                                                                                                       ชิน  สำราญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น