“ขวัญ หาย จดหมายจากแม่ ส่งมา เนื้อ จดหมายเขียนว่า ทุกข์ตรมเจียนบ้า นาฝนแล้ง
พ่อก็ซ้ำมีอัน ต้องตาย เพราะมีโจร ปล้นควาย ใช้อุบาย เสแสร้ง ซ้ำยิงแทง พ่อยับ ดับสิ้นใจ
บาปซ้ำ กรรมมา น้องของสาวข้า เป็นไป โจร ขืนใจ เป็นบ้าใบ้ เสียคน
แสน ช้ำ ดังโดนเท้าย้ำ ดวงแด ท้าย จดหมาย ของแม่ ระบายทุกข์แย่ แกทุกข์ทน
ข้าวไม่เหลือและเกลือ ไม่พอ รู้ไหมแม่ เฝ้ารอ ขอน้ำใจ ลูกบ้าง หาสตางค์มาบ้าน บ้างซี
เจ้าเป็นนักร้อง ร่ำรวยทอง เงินมี ช่วยแม่ที แม่ไร้ที่ หมายปอง
หงอย เหงา ค่ำเช้าแสนเศร้า อุรา แม่ จะรู้ ไหมว่า ลูกแม่ บากหน้า
มาเป็น นักร้อง ไม่ได้ร้องเพลงเลย ซักวัน หัวหน้าคอย กีดกัน ใช้ทุกวัน ทุกวี่ เขาให้มีหน้าที่ แบกกลอง
ค่าตัวที่มี วันละยี่ สิบสอง ทน แบกกลอง เพราะบัญชา หัวหน้า วง
โหย หิว หิวจนใส้กิ่ว อดเอา แม่ จะรู้ หรือเปล่า ลูกแม่ กินข้าว กับเกลือ พริกผง
สร้อยและแหวนที่แม่ ให้มา เห็นหัวหน้า ท่านยืม แล้วก็ลืม คืนให้ ถามทีไร ก็ทำ เล่นองค์
แม่ทุกข์ เต็มกลืน ลูกขอคืน ป่าดง หัว หน้าวง ขอสร้อยคอ ผม คืน”
จบเพลง จดหมายจากแม่ของสันติ ดวงสว่าง
ผมหยิบปากกาขึ้นมาแล้วนึกถึงหน้าพ่อ
“วิทยุธานินเครื่องเก่าพ่อ ยังดังคลอทั่วทุ่งกลางแดดร้อน
ทั้งสายัญสันติร้องเพลงวอน เคยขับกล่อมทุกตอนควายไถดิน
ตะวันใกล้จะลาจากฟ้าแล้ว เสียงเจ้ยแจ้วดังก้องไม่เคยสิ้น
ทั้งเสียงนกเสียงเพลงบรรเลงยิน ทั้งกลิ่นดินกลิ่นตมหอมทั่วนา
เพลงของพ่อยังคนดังแม้ฟ้าค่ำ ค่านิยมลืมจำจนไร้ค่า
ในสังคมคนนิยมไร้ศรัทธา เพลงพ่อถูกตีตราล้าสมัย
วัฎจักรเก่าถูกเมินว่าค่าต่ำ โดนครอบงำหล่นหายด้วยโลกใหม่
อำนาจเบื้องหลังแกร่งกว่าสิ่งใด วิถีพ่อคงไว้แม้ถูกเมิน”
ผมยิ้มให้กับจดหมายฉบับนี้แล้วเก็บมันไว้ที่เดิมไม่มีการตีตราส่งไปถึงผู้ใด
ผมตั้งใจที่จะเขียนมันไว้ให้ระลึกถึงครั้นอดีตก่อนเก่าที่เรากำลังหลงลืม
วันนี้มีจดหมายจากพ่อว่ากำลังจะถึงฤดูการทำนาพ่อรับรู้ได้จากฝนที่ตกลงมา
เพลงของสันติ
ดวงสว่าง ดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่ได้ดังขึ้นจากวิทยุธานินที่กลางไร้
แต่มันดังจากยูทูบในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ผมวาดภาพจำลองให้มันเป็นท้องนา
สมมุติว่ากลิ่นน้ำเสียเป็นกลิ่นโคน
เสียงแตรรถเป็นเสียงนกยามเย็นและแสงไฟเป็นหิงห้อยลอยล่องในท้องราตรี
ภาพทุกอย่างสลายหายไปกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่หลุดหายไป
ผมหยิบจดหมายฉบับเดิมๆที่พ่อเคยส่งมาให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
เนื้อความประมาณว่าพ่ออยากเจอหน้าผม
แต่ผมไม่ได้ตอบกลับไปเนื่องด้วยธุระอะไรก็ไม่รู้ที่ผมเร็งเห็นประโยชน์มันผิดเพี้ยนไป
ตามติดๆกันมาเพลงของสายัญ สัญญาค่อยๆดังขึ้นจากความเงียบ
“คิดถึงนะครับพ่อ”
ผมเขียนข้อความสั้นๆแต่เรียงมันลงจนเต็มหน้ากระดาษด้วยประโยคนี้เขียนหลายๆครั้งซ้ำกัน
ผมมองไปเห็นแสงไฟจากห้องแถวที่จำลองมันเป็นหิงห้อย
“ผมกำลังไขว่คว้าอะไรอยู่”เกิดคำถามมากมายในหัวคิดขณะที่ความคิดถึงบ้านได้ทำงานร่วมกัน
ผมเขียนจดหมายไปบอกพ่อว่าจะกลับบ้าน
แต่ผ่านไปสองอาทิตย์ก็ไม่มีจดหมายฉบับไหนตอบกลับมา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น