"สิ้นเดือนนี้จะกินอะไร"
ฉันฉีกซองมาม่าที่พึ่งซื้อมาออกมาเทใส่น้ำร้อนที่เตรียมไว้
พร้อมกับตำหนิคนทางบ้านในใจว่าไม่รู้จักส่งเงินมาให้ใช้ ทำให้ลูกชายต้องมานั่งต้มมาม่ากิน
เงินในกระเป๋าก็เหลือเพียงไม่กี่บาท
"แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไรในวันพรุ่งนี้"
เกิดคำถามมากมายในตัวฉันแต่ก็หาคำตอบมาตอบให้ไม่ได้
ฉันนั่งเขียนจดหมายไปหาพ่อเพื่อขอให้พ่อส่งเงินมาให้หลายฉบับแต่ก็ไม่มีการตอบรับ
การกักเก็บตัวคงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ด้วยค่าเงินในการใช้ชีวิตแต่ละวันที่เพิ่มสูงขึ้นสิ่งที่ทำให้อยู่รอในวิกฤตนี้ก็คงเป็นการอยู่ห้องเฉยๆ
ฉันกักเก็บตัวอยู่แต่ในห้องโดยไม่ออกไปพบใครเพื่อไม่ให้เป็นการเปลืองเงินในการใช้จ่าย
และรวบรวมเงินที่มีอยู่เป็นค่าส่งจดหมายไปถึงพ่ออีกครั้ง
"หากพ่อรู้
สิ่งที่ลูกเป็นอยู่ในตอนนี้
แค่จะกินข้าวยังไม่มี
ทนเต็มที่จะทนได้ อ่อนแรงล้า
อยากหลับตาแล้วหลับไหล
ให้ความฝันล่องหายไป
สุดจะไขว่ดึงขว้ามา "
พ่อตอบจดหมายในไม่กี่วัน
อาจเป็นครั้งแรกในระยะเวลาหลายปีที่พ่อตอบมาเร็วขนาดนี้ผมรีบฉีดจดหมายเหมือนฉีกซองมาม่าเวลาหิวมากๆ
ขอความข้างในไม่มีอะไรมากมาย
"พ่อขอโทษ"
คำสั้นๆที่กินใจของฉันให้หล่นหายไปในขณะ
นี่เรากำลังทำอะไรลงไป
คนทางนั้นอาจจะเสียงใจกับความพูดของเราอยู่
คำขอโทษหลายร้อยคำในใจคงไม่มีความหมายหากจะเขียนมันลงจดหมายก็ไม่สามารถที่จะทำให้ความรู้สึกนี้มันหายไปได้
อีกหนึ่งฉบับตามมาติดๆจากพ่อ "พ่อพยายามให้เต็มที่ หวังลูกนี้คงทนได้ กับเงินก้อนนี้ที่ส่งไป ที่ให้มันคือทั้งหมด" ผมแทบจะไม่อยากวางจดหมายฉบับนี้ลงจากมือทั้งที่ไม่อยากรับรู้มันด้วยซ้ำ
.... พ่อคงเหนื่อยมากกว่าผม
ชิน สำราญ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น